วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2561

【Fictober 2018】 27 Thunder

27 Thunder

Fandom : Cheng Hua Shi Si Nian
Pairing : None
Rate : G



สายฟ้าฟาดกลางฟ้าใส สำนวนนี้เหมาะกับลู่หลิงซีในยามนี้เป็นที่สุด

หลังรับตำแหน่งนายอำเภอ หกเดือนผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น มิคาดคิด ฟ้าดินพลิกกลับตาลปัตรในชั่วข้ามคืน พายุปลายฤดูร้อนนอกคำพยากรณ์พัดถล่มเขตชายแดน เรือกสวนไร่นาที่เต็มไปด้วยพืชผลเตรียมเก็บเกี่ยวกลับกลายเป็นท้องทุ่งว่างเปล่า อำเภอที่ลู่หลิงซีประจำอยู่เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไปด้วย

นายอำเภอหน้าใหม่ เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่ทันไรก็ต้องรับภาระในการบรรเทาภัยพิบัติ ใคร่ครวญดูก็น่าเป็นห่วงไม่น้อย แต่ในเมื่อเจ้าตัวเป็นผู้เสนอตัวรับตำแหน่งนี้ด้วยตนเองก็น่าจะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว ลู่หลิงซีมิใช่คนเขลาเบาปัญญา งานบรรเทาภัยพิบัติแม้เป็นงานหนักแต่มิได้ซับซ้อน เพียงดำเนินการไปตามขั้นตอนของระบบราชการเท่านั้น

กระนั้นก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้เต็มร้อย หากเกิดการทุจริตในระดับสูงเช่นเหตุการณ์ที่ซูโจวในช่วงปลายรัชศกเฉิงฮว่า ไหนเลยนายอำเภอเล็กๆ อย่างเขาจะรับมือไหว

ผู้ที่กำลังครุ่นคิดวกไปวนมาเช่นนี้ยืนนิ่งอยู่ในห้องทรงพระอักษร

"...วังกงกง?"

พระสุรเสียงของจักรพรรดิหงจื้อแว่วเข้าโสตประสาท ทำให้วังจื๋อตื่นจากห้วงภวังค์

"พะยะค่ะฝ่าบาท"

"เราเรียกท่านหลายหนแล้ว ท่านครุ่นคิดถึงเรื่องใด...หรือผู้ใดอยู่หรือ"

ท้ายประโยคแฝงความหมายหยอกเย้า หากมิใช่พิษรักหรือแรงแค้น สิ่งใดเล่าที่จะทำให้คนที่มองเห็นแต่ตนเองอย่างวังจื๋อถอดจิตคิดคะนึงหาได้ ข้อสงสัยนี้จักรพรรดิทรงครุ่นคิดอยู่ในพระทัย มิได้ตรัสถาม

วังจื๋อนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนเอ่ยตอบ "ขอทูลตามตรง กระหม่อมกำลังเป็นห่วงสถานการณ์ภัยพิบัติที่เขตชายแดนพะยะค่ะ"

จักรพรรดิหงจื้อแสดงสีพระพักตร์ประหลาดใจ "จริงอยู่ที่ภัยพิบัติครานี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่จากรายงานพบว่าเสบียงคงคลังยังพอมีแจกจ่ายบรรเทาทุกข์ หากกล่าวถึงความเสียหายก็มิได้หนักหนาสาหัสอันใดมิใช่รึ หรือมีเรื่องเบื้องหลังอื่นที่เรายังไม่ทราบ"

"หามิได้ อันที่จริง..."

เมื่อเห็นวังกงกงมีท่าทีอึกอัก จักรพรรดิก็ยิ่งทรงใคร่รู้จึงคาดเค้นเขาด้วยสายพระเนตร อีกฝ่ายเป็นจักรพรรดิ วังกงกงจะไม่เห็นผู้อื่นอยู่ในสายตาอย่างไรก็มิอาจมองไม่เห็นจักรพรรดิได้

"ฝ่าบาท อันที่จริงกระหม่อมเป็นห่วงคน"

"เป็นห่วงคน!?"

จักพรรดิถลึงพระเนตรด้วยความตกตะลึง ผีสางนางไม้ตนใดดลใจให้วังกงกงกล่าววาจาเยี่ยงนี้ เห็นท่าทีพระองค์เป็นดังนั้น วังจื๋อจึงรีบกราบทูลต่อ

"เป็นเรื่องของผู้แซ่ลู่ คนสนิทของมหาเสนาบดีถัง เขาเพิ่งรับตำแหน่งนายอำเภอในพื้นที่ภัยพิบัติไม่นาน คนมาใหม่ยังไม่คุ้นเคยระบบราชการ เกรงจะมีเหตุติดขัด"

"ผู้แซ่ลู่ผู้นี้เป็นคนสนิทของมหาเสนาบดีถัง?"

"พะยะค่ะ"

"เช่นนั้นก็แปลกมิใช่น้อย ไยท่านเป็นผู้เอ่ยปาก มิใช่เสนาบดีถังเล่า ท่านกับเขามีความสัมพันธ์กันอย่างไรหรือ"

"..."

จักรพรรดิหงจื้อรับมือได้ยากกว่าจักรพรรดิเฉิงฮว่าผู้เป็นพระราชบิดาในจุดนี้

วังจื๋อจงใจอ้างชื่อถังฟั่น หวังให้จักรพรรดิทรงมีพระกระแสรับสั่งไปยังขุนนางฝ่ายพลเรือน มิคาดคิดว่าตนจะขว้างงูไม่พ้นคอ ระหว่างที่กำลังเค้นสมองหาคำอธิบาย พระกระแสของจักรพรรดิก็ทำให้เขาต้องตะลึงงันอีกครา

"เอาเถิด นานทีปีหนท่านจะนึกห่วงใยคน เราจะให้ท่านเดินทางไปตรวจสอบสถานการณ์บรรเทาภัยพิบัติในพื้นที่ภายใต้การดูแลของนายอำเภอลู่"

"เอ่อ...เช่นนั้นอาจไม่เหมาะ..."

"เราขึ้นครองราชย์ได้ไม่ทันไรก็เกิดเหตุภัยพิบัติ หากเราจะแสดงความห่วงใยด้วยการส่งผู้แทนส่วนพระองค์ไปตรวจสอบทุกข์สุขของราษฎร มีเหตุอันใดไม่เหมาะสม?"

"..."

วังจื๋อหมดคำโต้เถียง

จักรพรรดิทรงกำชับให้เขารีบออกเดินทางในคืนวันนั้น วังกงกงนึกในใจ พายุนอกพยากรณ์ในเขตชายแดนทรงอานุภาพนัก กระทั่งฟ้าใสในเมืองหลวงยังพลอยได้รับผลกระทบอย่างไม่คาดฝัน


-Fin-



Author's Note

ขอแปะอินโทรไว้ก่อนเดินทาง หลังกลับไทยจะพยายามเคลียร์พล็อตที่คิดไว้ให้หมดค่ะ (´_`。)